สำหรับสาวกบัฟเฟตต์ อย่าาาาเพิ่งกดปิดหน้านี้ไปนะครับ T-T ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชื่นชอบบัฟเฟตต์มากๆ เพราะเค้าเป็น "คนเปิดโลก" แห่งการลงทุนให้กับผมเลยก็ว่าได้ ความรู้จากการลงทุนในช่วงแรกของผมก็มาจากหนังสือเกี่ยวกับวอร์เรน บัฟเฟตต์นั่นแหละ แต่เพราะอะไรผมถึงตั้งชื่อบทความแบบนี้ล่ะเนี่ย ?
ประมาณสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมเองได้มีโอกาสไปฟังสัมมนาที่จัดโดยแอปแสกนหุ้นชื่อดังอย่าง Market Anyware โดยคอร์สสัมมนานี้ชื่อว่า "Buffett Decode" ถ้ามองแค่ชื่อคอร์สอย่างเดียว เราคงเดาว่าเนื้อหาก็คงจะหนีไม่พ้นการชื่นชมบัฟเฟตต์ว่าวิธีการของเค้าสุดยอดขนาดไหน ถูกต้องมั้ยครับ ?
แต่ไม่ ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว เพราะความจริงคือวิธีการของบัฟเฟตต์โดน "สับเละ" ตั้งแต่เริ่มสัมมนาเลยต่างหาก !
15 เมษายน 2558
12 เมษายน 2558
ดูกราฟ Month ไปทำไม
สำหรับการลงทุนด้วยปัจจัยทางเทคนิคหรือที่เรานิยมเรียกสั้นๆ ว่าการดูกราฟ ปัญหาข้อนึงที่เรามักจะเจอกันบ่อยๆ และไม่มีวันหลีกหนีได้เลยนั่นก็คือเรื่องของ "สัญญาณหลอก"
ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าทำไมมันถึงน่ากลัว แต่ที่แน่ๆ คือถ้าเราเจอสัก 10 ครั้งติดต่อกัน มีจุด Cut Loss ก็เถอะครับ เสียทีละ 2-3% บ่อยขนาดนั้นมันก็คิดเป็นเงินที่มากโขอยู่ เสียเงินไม่เท่าไหร่ แต่เสียกำลังใจในการเทรดนี่สิสาหัสยิ่งกว่า
ถ้างั้นเราจะแก้ปัญหาที่ตามหลอกหลอนนี้ได้ยังไง ? อืม.. เปลี่ยนแนวทางการเทรดเหรอ ก็อาจเป็นคำตอบที่ดีนะ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาหลายครั้งหลายคราแล้วเรายังเจอสัญญาณหลอกบ่อยๆ ล่ะ เราจะแก้ไขยังไงได้บ้าง เพราะบางทีเปลี่ยนแนวการเทรดบ่อยไปมันอาจทำให้เราต้องเสียเวลาศึกษาอีกเยอะเลย
เมื่อก่อนผมก็เป็นเหมือนนักลงทุนทั่วไปที่ใช้เพียงแค่กราฟในไทม์เฟรมที่ตัวเองเล่น เล่นภาพ Day ก็ใช้แค่ Day ในการดูกราฟ ซึ่งตอนนั้นผมก็เจอสัญญาณหลอกเยอะเหมือนกันครับ จนมาวันนึงผมไปอ่านบทความที่พูดถึงเกี่ยวกับ "การมองภาพใหญ่"
ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าทำไมมันถึงน่ากลัว แต่ที่แน่ๆ คือถ้าเราเจอสัก 10 ครั้งติดต่อกัน มีจุด Cut Loss ก็เถอะครับ เสียทีละ 2-3% บ่อยขนาดนั้นมันก็คิดเป็นเงินที่มากโขอยู่ เสียเงินไม่เท่าไหร่ แต่เสียกำลังใจในการเทรดนี่สิสาหัสยิ่งกว่า
ถ้างั้นเราจะแก้ปัญหาที่ตามหลอกหลอนนี้ได้ยังไง ? อืม.. เปลี่ยนแนวทางการเทรดเหรอ ก็อาจเป็นคำตอบที่ดีนะ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาหลายครั้งหลายคราแล้วเรายังเจอสัญญาณหลอกบ่อยๆ ล่ะ เราจะแก้ไขยังไงได้บ้าง เพราะบางทีเปลี่ยนแนวการเทรดบ่อยไปมันอาจทำให้เราต้องเสียเวลาศึกษาอีกเยอะเลย
เมื่อก่อนผมก็เป็นเหมือนนักลงทุนทั่วไปที่ใช้เพียงแค่กราฟในไทม์เฟรมที่ตัวเองเล่น เล่นภาพ Day ก็ใช้แค่ Day ในการดูกราฟ ซึ่งตอนนั้นผมก็เจอสัญญาณหลอกเยอะเหมือนกันครับ จนมาวันนึงผมไปอ่านบทความที่พูดถึงเกี่ยวกับ "การมองภาพใหญ่"
7 เมษายน 2558
อยากเล่นหุ้นให้รวยต้องใช้ "ซันไลต์"
"มันเกี่ยวอะไร (วะ) ?" นี่คงเป็นความคิดแวบแรกที่แล่นเข้ามาในหัวตอนที่ทุกคนเจอชื่อบทความนี้แน่ ซันไลต์มันเกี่ยวอะไรกับการเล่นหุ้น ล้างพอร์ตให้สะอาดเหรอ.. เปล่าหรอกครับ มันขจัดความ "มันส์" ได้ดีตะหาก
ประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ถ้าทุกคนยังจำได้ผมเองได้ตั้งเพจอีกเพจนึงที่ชื่อว่า IKEA Thailand Shipping (อย่าลืมไปไลค์กันนะจุ๊บุ) ซึ่งเพจนี้ผมทำเพื่อรับสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากอิเกียแล้วส่งไปให้โดยไม่คิดค่าสินค้าเพิ่ม คิดแต่ค่าส่งอย่างเดียว และไม่น่าเชื่อว่าตอนที่ตั้งเพจครบ 4 วันก็มึคนสั่งสินค้าซะแล้ว.. ถ้าให้ผมเดาก็น่าจะเป็นแฟนเพจใน Investon นั่นแหละ :P
แต่ทำไมอยู่ดีๆ ผมถึงตั้งเพจรับส่งของ ? ถ้าไม่นับเรื่องบ้านที่อยู่ใกล้มากๆ อย่างแรกเลยคือ "ความสนุก" สนุกที่ได้มานั่งคิดแก้ปัญหาบ่อยๆ จะให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีได้ยังไง จะตีคู่แข่งยังไง และอีกอย่างคือผมชอบเรื่องราวของอิเกียอยู่แล้วครับ เพราะสิ่งหนึ่งที่อิเกียมึแต่คู่แข่งไม่มึก็คือ "เรื่องราว" ของสินค้านั่นเอง
แต่ผลพลอยได้อีกข้อหลังจากที่ผมทำเพจ IKEA นั่นคือ ผมว่าผมวิเคราะห์หุ้นได้ดีขึ้นนะ แต่เพราะอะไรล่ะ ?
ประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ถ้าทุกคนยังจำได้ผมเองได้ตั้งเพจอีกเพจนึงที่ชื่อว่า IKEA Thailand Shipping (อย่าลืมไปไลค์กันนะจุ๊บุ) ซึ่งเพจนี้ผมทำเพื่อรับสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากอิเกียแล้วส่งไปให้โดยไม่คิดค่าสินค้าเพิ่ม คิดแต่ค่าส่งอย่างเดียว และไม่น่าเชื่อว่าตอนที่ตั้งเพจครบ 4 วันก็มึคนสั่งสินค้าซะแล้ว.. ถ้าให้ผมเดาก็น่าจะเป็นแฟนเพจใน Investon นั่นแหละ :P
แต่ทำไมอยู่ดีๆ ผมถึงตั้งเพจรับส่งของ ? ถ้าไม่นับเรื่องบ้านที่อยู่ใกล้มากๆ อย่างแรกเลยคือ "ความสนุก" สนุกที่ได้มานั่งคิดแก้ปัญหาบ่อยๆ จะให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีได้ยังไง จะตีคู่แข่งยังไง และอีกอย่างคือผมชอบเรื่องราวของอิเกียอยู่แล้วครับ เพราะสิ่งหนึ่งที่อิเกียมึแต่คู่แข่งไม่มึก็คือ "เรื่องราว" ของสินค้านั่นเอง
แต่ผลพลอยได้อีกข้อหลังจากที่ผมทำเพจ IKEA นั่นคือ ผมว่าผมวิเคราะห์หุ้นได้ดีขึ้นนะ แต่เพราะอะไรล่ะ ?
3 เมษายน 2558
งบกระแสเงินสด.. ดูไปทำไม ?
สำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ งบการเงินที่ใครๆ ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันยากฝุดๆ ก็คือ "งบกระแสเงินสด" นั่นเองครับ จะว่ามันยากก็ไม่แปลกหรอก เพราะมันมีรายการยาวววเหยียดมากๆ แม้หลายคนจะรู้ว่ากระแสเงินสดคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดก็ตาม แต่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะยอมอ่าน เพราะมันยากนี่แหละ
แต่ผมมีอะไรจะบอก ผมว่างบกระแสเงินสดมันบอกใบ้ราคาหุ้นแม่นกว่ากำไรสุทธิอีกนะ !
แต่ผมมีอะไรจะบอก ผมว่างบกระแสเงินสดมันบอกใบ้ราคาหุ้นแม่นกว่ากำไรสุทธิอีกนะ !
1 เมษายน 2558
ยังไงก็แพ้ !
ในการลงทุนหรือการทำธุรกิจสักอย่าง มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ในบางครั้งอาจมีการ "ผิดพลาด" บ้าง คนที่ลงทุนในหุ้นอาจจะค้นพบว่าหุ้นที่ตัวเองซื้อนั้นผิดทางจนต้องขายตัดขาดทุน หรือคนทำธุรกิจในช่วงแรกอาจจะยังไม่มีใครมาเป็นลูกค้าเลยก็ได้ ไม่ใช่เรื่องผิดครับ เพราะเรื่องพวกนี้มันคือ No Pain, No Gain ผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคนมีแผลเต็มหลังทั้งนั้น
แต่สิ่งนึงที่ผมจะบอกเพื่อนผมเสมอก็คือ คัทอ่ะคัทได้นะ แต่อย่าคัทจนชิน (ถ้าสำหรับคนทำธุรกิจก็คือ ล้มได้นะ ล้มหลายครั้งก็ได้ แต่อย่าล้มจนชิน) มันอาจจะฟังดูวกวนไปบ้าง แต่ผมว่านี่อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ที่หลายคนกำลังเจอแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ
แต่สิ่งนึงที่ผมจะบอกเพื่อนผมเสมอก็คือ คัทอ่ะคัทได้นะ แต่อย่าคัทจนชิน (ถ้าสำหรับคนทำธุรกิจก็คือ ล้มได้นะ ล้มหลายครั้งก็ได้ แต่อย่าล้มจนชิน) มันอาจจะฟังดูวกวนไปบ้าง แต่ผมว่านี่อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ที่หลายคนกำลังเจอแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




